1809-L02-02

รีวิวตุรกีที่เรายินดีเมื่อได้รู้จัก

17 September 2018

ตะลุยทำงานหนักมาทั้งปี จะเที่ยวทั้งที IC WEB ก็จัดเต็มแบบคอนเซปต์ Work Hard, Travel Harder เมื่อวันที่ 16-23 มกราคม 2561 กับทริป 8 วัน 6 คืน ณ ดินแดนสองทวีป ประเทศตุรกีที่มีแมวน่ารักและร่องรอยอารยธรรมอันยิ่งใหญ่

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักตุรกีกันเล็กน้อย...

ตุรกี เป็นดินแดนสองทวีปที่มีอารยธรรมเก่าแก่ยาวนานกว่า 2,500 ปี ก่อนคริสตกาล มีเขตแดนอยู่ทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย รวมทั้งมีอาณาเขตติดกับประเทศอื่นๆ เช่น อิรัก อิหร่าน และซีเรีย เป็นต้น หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าตุรกีน่ากลัวหรือเปล่า? จะมีสงครามไหม? บอกได้เลยว่าการมาเที่ยวตุรกีนั้นไม่น่ากลัวและปลอดภัยแถมยังไม่ต้องทำวีซ่า จะมาเที่ยวเองก็ไม่ยาก หรือจะมาเป็นแก๊ง Outing Trip แบบเราก็ได้ มาดูกันว่าทริปนี้เราไปพบเจออะไรกันมาบ้าง

 

ศาสนสถานและความ(เว่อ)วัง

1809-L02-02-post-04

 

ด้วยความที่ตุรกีผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน รุ่มรวยด้วยอารยธรรม ผลัดเปลี่ยนการปกครองหลายยุคสมัย รวมทั้งเปลี่ยนจากคริสต์มาสู่อิสลาม ทำให้เราได้เห็นสิ่งปลูกสร้างที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามมากมาย รวมทั้งได้สัมผัสกับสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง นั่นก็คือสุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Hagia Sophia) ซึ่งอดีตเคยเป็นโบสถ์คาทอลิกและข้างในยังคงความสวยงามไว้ แม้ว่าจะมีกำแพงบางส่วนที่ถูกโบกปูนขาวปิดทับไว้ก็ตาม และจากความอยากเอาชนะความอลังการของสุเหร่าเซนต์โซเฟีย สุลต่านอาห์เมดที่ 1 จึงได้สร้างมัสยิดสุลต่านอาห์เมต หรือมัสยิดสีฟ้า (Blue Mosque) อันโด่งดังขึ้น ซึ่งทั้งสองสถานที่นี้ต่างตั้งประชันหน้าเข้าหากัน แต่ถ้าอยากชมมัสยิดสีเขียว (Green Mosque) และมัสยิด Ulu Cami (Grand Mosque) ก็ต้องนั่งรถไปเมืองบูร์ซ่า โพกผ้าคลุมหัวเข้าไปเยี่ยมชมภายในซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นศาสนสถานที่ใช้งานอยู่จริง

และที่พลาดไม่ได้ก็คือ “วัง” เพราะวังเค้าสวยอลังเว่อวังที่แท้จริง ทั้งพระราชวังทอปกาปี (Topkapi Palace) และพระราชวังโดลมาบาห์เช่ (Dolmabahce) งดงามด้วยศิลปะผสมผสานแบบยุโรป สวยทั้งภายในและภายนอกแบบถ่ายรูปตรงไหนก็ออกมาดูดีแน่นอน

 

1809-L02-02-post-03

 

สำรวจเมืองถ้ำที่เกือบเอาตัวไม่รอด

1809-L02-02-post-02

 

ไปศาสนสถานและวังมาแล้ว แน่นอนว่า “ถ้ำ” ทั้งสองที่ ทั้งที่ Göreme Open Air Museum และ  Kaymakli ก็เป็นสถานที่ ๆ ไม่ควรพลาด

เมืองถ้ำเหล่านี้เจาะซ่อนตัวอยู่ภายใต้ภูเขาหน้าตาแปลกตาซึ่งเกิดจากการทับถมของลาวา ซึ่งที่ Göreme Open Air Museum นั้นข้างในมีโบสถ์อยู่หลายห้อง มีห้องสวดมนต์ รวมทั้งห้องครัวอยู่ภายใน ส่วน Kaymakli มี “บ้าน” ที่อยู่ในถ้ำ ซึ่งบ้านเหล่านี้อดีตเคยใช้เป็นหลุมหลบภัย ป้องกันอากาศหนาวจากภายนอกและมีช่องซอกซอยมากมาย ซึ่งเมืองถ้ำนี้มีความลึกถึงกว่า 10 ชั้น (เราไม่ได้ชมทุกชั้น) และเหตุการณ์เกือบเอาตัวไม่รอดของเราก็เกิดขึ้นที่นี่ เพราะบางช่องเล๊กกกมากแต่เราตัวใหญ่จนเกือบไม่สามารถรอดช่องออกจากถ้ำมาได้ ต้องทั้งก้ม ๆ เงย ๆ ไต่บันไดชันในบางห้อง แต่ที่มหัศจรรย์ที่สุดของเมืองถ้ำนี้คือการออกแบบภายในที่ทำให้อากาศถ่ายเทดีมาก แม้จะมีคนยืนอยู่ในห้องใต้ดินรวมกัน 30 คนก็ยังรู้สึกหายใจสะดวก ปลอดโปร่งโล่งเหมือนดมยาดมอยู่ และที่อัศจรรย์กว่านั้นคือภายใต้ดินนั้นมีทั้งห้องน้ำ ห้องครัว โบสถ์ และบ่อน้ำ เป็นต้น ซึ่งหากมีศัตรูมาเยือน เราก็สามารถเอาตัวรอดภายในถ้ำนี้ได้เป็นระยะเวลายาวนานอย่างแน่นอน

 

ตะลุยคัปปาโดเกียแบบภาคพื้นดิน

1809-L02-02-post-07

 

เราเชื่อว่าทุกคนที่ไปคัปปาโดเกียก็หวังว่าครั้งนึงจะได้ขึ้นบอลลูนชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ชมนกชมเขา ก่อนลงมาจิบแชมเปญสวย ๆ แบบตามรีวิวทั่วไป แต่แน่นอนว่าเราไม่เหมือนใครเพราะเราได้เที่ยวคัปปาโดเกียแบบภาคพื้นดิน นั่งรถจี๊ปตะลุยแทนการขึ้นบอลลูน ถ้าเรือเล็กไม่ควรออกจากฝั่งยามมรสุม เราก็ไม่ควรเสี่ยงขึ้นบอลลูนในวันที่ลมแรงมากเช่นกัน รถจี๊ปจะมารับเราก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและขับไปตามถนนในเมืองก่อนจะขับขึ้นเนินเขาด้วยความเร็ว เสียงเพลงสากลบนรถช่วยบิ้วท์ให้เราคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ รถจะขับไปจอดริมเขาให้เราถ่ายรูปก่อนขับไปบนภูเขาที่เราสามารถมองคัปปาโดเกียที่ปกคลุมไปด้วยหิมะได้ พร้อมกับจิบแชมเปญ 1 แก้วถ้วน ถือเป็นประสบการณ์ดี ๆ แต่ถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะกลับมาขึ้นบอลลูนสักครั้งหนึ่ง

 

มองวิวเดียวกับคลีโอพัตรา 

1809-L02-02-post-01

 

มาตุรกีครั้งนี้เราได้มีโอกาสมองทิวทัศน์เดียวกับที่คลีโอพัตรา ราชินีองค์สุดท้ายของอียิปต์เคยมองเมื่อในอดีต ราชินีผู้ซึ่งมีความงามลือเลื่องและต้องการจะรักษาผิวพรรณให้เปล่งปลั่งด้วยการมาอาบน้ำแร่ที่ปามุคคาเล่ แม้ว่าเราจะไม่ได้ลงแช่น้ำทั้งตัวแบบคลีโอพัตรา แต่ว่าเราก็ได้แช่เท้าพร้อมกับมองวิวอันสวยงามของปามุคคาเล่แบบเดียวกับที่คลีโอพัตราเห็น ปามุคคาเล่ในแบบที่เราได้สัมผัส คือ แอ่งน้ำหินปูนสีขาว(ที่หินบางส่วนเริ่มกลายเป็นสีดำเพราะน้ำแร่ไม่ไหลผ่าน) มีน้ำแร่อุ่น ๆ สีฟ้าที่บางบ่อก็เย็นเจี๊ยบ กว่าจะเดินถอดรองเท้าไปแช่น้ำแต่ละบ่อได้ก็เจ็บเท้าอยู่เหมือนกัน เหมือนเดินเหยียบไปบนหินคม ๆ ช่างเป็นความเจ็บปวดที่(มองไปแล้ว)งดงามเหลือเกิน

 

1809-L02-02-post-02

 

เหยียบทะเลสาบเกลือ

1809-L02-02-post-01

 

ไม่ต้องไปถึงโบลิเวียแต่ไปที่ตุรกีเราก็สามารถจะแชะภาพถ่ายรูปกับทะเลสาบเกลือที่ยาวสุดลูกหูลูกตาได้ Tuz Gölü มีระยะทางยาวถึง 150 กิโลเมตรได้ ซึ่งเราจะเห็นทะเลสาบนี้ระหว่างที่นั่งรถจากเมืองอังการากลับสู่อิสตันบูล ท้องฟ้าที่สะท้อนกับน้ำใสกลายเป็นเหมือนกระจกบานใหญ่ เมื่อไปยืนนิ่ง ๆ บนน้ำเราก็จะได้วิวท้องฟ้าที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุดที่สวยงาม

 

มองหาเนื้อ Turkey แต่เจอ…?

บางคนอาจจะคิดว่าถ้ามาตุรกีแล้วจะต้องลองกินไก่งวงให้ได้ เพราะประเทศ Turkey มันต้องมี Turkey beef ให้กินแน่นอน แต่จากการเดินทาง 8 วันกับทัวร์ของเรา… ไก่ย่าง คืออาหารหลัก และน้ำพริกที่ไกด์พกไปจากไทยคืออาหารรอง (ไม่มีหมูเพราะคนที่นี่เป็นชาวมุสลิม) อาหารส่วนใหญ่จะมาเป็นเซต คือมีจานหลักเป็นข้าวไก่ย่าง สลัด ซุปและผลไม้ ถ้าได้กินบุฟเฟ่ต์ก็จะมีไลน์อาหารเพิ่มขึ้นมาให้เลือกกินได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเราสังเกตได้ว่าคนตุรกีชอบกินของหวานและเค้กมาก ๆ (ซึ่งเค้กบางชนิดที่ได้ลองชิมรสชาติก็ออกจะชวนน้ำตารื้นนิดหน่อย ไม่ได้อร่อยจนซึ้งแต่แค่คิดว่าครั้งเดียวก็พอแล้ว)

คนตุรกีชอบกินของหวานคู่กับชาหรือกาแฟ ซึ่งขนมหวานอันโด่งดังคือ Turkish Delight ที่สามารถหาซื้อได้จากตลาดทั่วไปและร้านขายของฝาก ซึ่งคุณภาพและวัตถุดิบจะขึ้นอยู่กับราคา แต่รับรองได้ว่า “หวาน” ทุกคำแน่นอน นอกจากนั้นก็ยังมีชา ผลไม้อบแห้ง ถั่วก็มีให้เลือกซื้อมากมาย ส่วนเครื่องดื่มนั้นแน่นอนว่าต้องมี “กาแฟ” เพราะกาแฟตุรกีนั้นมีวิธีการชงที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นวัฒนธรรมที่ตกทอดมายาวนาน รวมทั้งยังสามารถทำนายโชคชะตาจากตะกอนกาแฟเหล่านี้ได้อีกด้วย เครื่องดื่มท้องถิ่นอีกชนิดที่อยากแนะนำสำหรับคนชอบจิบก็คือ Raki เหล้าท้องถิ่นดีกรีแรงที่จิบไปนิดเดียวก็อาจหน้าแดงแป๊ด ซึ่งเราจะได้ลองดื่มเหล้าชนิดนี้แบบไม่อั้นหากเราไปชมโชว์ระบำพื้นเมืองและระบำหน้าท้องแบบฉบับตุรกี

 

เล่นกับแมวที่เมืองหลวงแห่งแมว

1809-L02-02-post-03

 

Kedi ในภาษาตุรกีมีความหมายว่า “แมว” หลายคนที่กำลังอ่านบทความนี้อาจเคยดูหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับสารคดีเรื่อง Kedi ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับแมวจรประจำเมืองอิสตันบูลและความรักแมวของชาวตุรกี ที่อิสตันบูลทุกคนจะได้พบกับแมวน่ารักตัวอ้วนฟูหลากสายพันธุ์ซึ่งอยู่กันอย่างอิสระ พบเจอได้ตามถนน บนตู้โทรศัพท์ บนหลังคา ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และที่สำคัญคือทุกตัวเฟรนด์ลี่ขี้อ้อนไม่กลัวคนเลยสักนิดเดียว สำหรับใครที่เป็นทาสแมว มาที่ตุรกีนี่ไม่มีผิดหวังแน่นอน

 

จบทริปนี้ชาว IC WEB ต่างได้ประสบการณ์ดี ๆ กลับไป ซึ่งเรายินดีมาก ๆ ที่ได้ไปรู้จักตุรกีแบบดูให้เห็นด้วยตา ไปสัมผัสถึงสถานที่จริงซึ่งให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าการมองผ่านจอ และถ้าอยากดูรูปบรรยากาศตลอดทั้งทริปที่ผ่านมา สามารถดูได้ที่ #icwebtrip2018 #icwebinturkey

และถ้าสนใจไปเที่ยวกับเรา พร้อมทำงานสนุก ๆ ทำงานใหญ่ และไปเที่ยวด้วยกันแบบฟิน ๆ ส่งเรซูเม่ของคุณมาให้ IC WEB ได้เลย

Written by

Nannapas Yakam

Senior Web Content Writer

What to read next